adminadmin

ตากุ้งยิงวิธีรักษาให้หายไวด้วยตนเอง ทำได้อย่างไร 

ตากุ้งยิงวิธีรักษาให้หายไวด้วยตนเอง เชื่อว่าหลายคนรู้จักอาการตากุ้งยิง และอาจจะเคยเป็นอาการนี้ แต่บางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก สำหรับอาการตากุ้งยิง เป็นภาวะการอักเสบของต่อมไขมันที่บริเวณเปลือกตา โดยมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Staphylococcus aureus อาการของตากุ้งยิงมักเริ่มต้นจากการเป็นตุ่มแดงที่บริเวณเปลือกตา คล้ายสิว และเจ็บปวดเมื่อสัมผัส ในบางกรณีอาจมีการบวมแดงของเปลือกตาทั้งหมดร่วมด้วย   วิธีรักษาตากุ้งยิงด้วยตนเอง 1.ประคบร้อน     การประคบร้อนช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนบริเวณที่อักเสบดีขึ้นและช่วยให้หนองในตุ่มตากุ้งยิงละลายออกมาได้ง่าย วิธีทำคือ:      – ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (ไม่ร้อนจนเกินไป)      – บิดให้หมาดแล้วนำมาวางบริเวณเปลือกตาที่มีอาการ      – ทำวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที     2.รักษาความสะอาด      – ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสบริเวณดวงตา      – ห้ามบีบหรือแกะตุ่มตากุ้งยิง เพราะอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามหรือเกิดแผลเป็น      – ใช้น้ำยาล้างตาหรือสบู่อ่อนๆ สำหรับล้างใบหน้าและบริเวณรอบดวงตา     3.ใช้ยาปฏิชีวนะแบบทา    หากอาการไม่รุนแรง สามารถใช้ยาปฏิชีวนะแบบทา เช่น Chloramphenicol eye ointment ทาบริเวณที่มีอาการวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยลดการติดเชื้อ    4.พักผ่อนให้เพียงพอ   เครื่องช่วยฟังอย่างดี  ร่างกายที่อ่อนเพลียหรือพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ...

adminadmin

ร้านกาแฟ Café Amazon น่าลงทุนไหม?

ร้านกาแฟ Café Amazon น่าลงทุนไหม? คุ้มค่าที่จะเปิดไหม? มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?   Café Amazon เป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ด้วยเครือข่ายสาขากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ และการขยายตัวไปยังต่างประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ หลายคนที่สนใจธุรกิจร้านกาแฟมักตั้งคำถามว่า Café Amazon เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนหรือไม่     Café Amazon น่าลงทุนไหม?   แบรนด์แข็งแกร่ง มีฐานลูกค้าประจำ  Café Amazon มีชื่อเสียงและฐานลูกค้าที่มั่นคง เนื่องจากเป็นแบรนด์ในเครือของบริษัท ปตท. (PTT) ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค นอกจากนี้ Café Amazon ยังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเดินทางที่แวะเติมน้ำมัน และคนทำงานที่ต้องการกาแฟคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้     ระบบแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่ง การลงทุนใน Café Amazon มีข้อดีตรงที่มีระบบแฟรนไชส์ที่ได้มาตรฐาน ทั้งในเรื่องของการบริหารร้าน การจัดหาวัตถุดิบ และการฝึกอบรมพนักงาน เจ้าของแฟรนไชส์ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านร้านกาแฟมาก่อน เพราะทางบริษัทมีการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการร้านและการตลาด     รายได้ค่อนข้างแน่นอน  ด้วยการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักและมีสาขาจำนวนมาก ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง ร้าน ...

adminadmin

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณ “กระโดดร่ม” ลงไปในดาวพฤหัส?

  รู้หรือไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณ “กระโดดร่ม” ลงไปในดาวพฤหัส  สำหรับคำตอบนั้นคือ คุณจะเผชิญชะตากรรมที่รุนแรงและสุดขั้วกว่าจินตนาการของมนุษย์ทุกคน เพราะดาวพฤหัสไม่ใช่ดาวที่มีพื้นผิวให้คุณลงจอด แต่เป็นยักษ์ก๊าซมหึมาที่เต็มไปด้วยความดันอันมหาศาล พายุหมุนยักษ์ และความร้อนสูงเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะทนไหว ต่อไปนี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณตัดสินใจกระโดดร่มลงไปอย่างไม่หวั่นเกรง วินาทีแรกหลังจากกระโดดลงไป  ร่มชูชีพ “ไร้ประโยชน์” ตั้งแต่ต้น เมื่อคุณกระโดดลงสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนสุดของดาวพฤหัส ร่มชูชีพจะไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ควร เนื่องจากบรรยากาศของดาวพฤหัสบางมากในระดับบน และประกอบด้วยไฮโดรเจน-ฮีเลียม ซึ่งเบากว่าอากาศบนโลกมาก แรงต้านอากาศต่ำ ร่มแทบไม่กาง คุณจะตกลงไปอย่างอิสระด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ   ความเร็วลมระดับมหาโหด  ถูกปั่นจนร่างแหลก ดาวพฤหัสมีลมที่เร็วที่สุดดวงหนึ่งในระบบสุริยะ บางพื้นที่พัดด้วยความเร็วถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ร่างของคุณจะถูกพายุหมุนและลมแรงมหาศาลตีกระแทกเหมือนถูกโยนอยู่ในเครื่องปั่นยักษ์ จนกระโหลกและกระดูกแทบแตกสลายตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการตก   ความดันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ร่างคุณถูกบีบจนแบน เมื่อคุณตกลึกลงไประยะประมาณ 100 กิโลเมตร ความดันจะสูงขึ้นหลายสิบเท่าของโลก ถึงจุดหนึ่ง ความดันจะสูงจนร่างกายคุณ “แบนและแตกออก” คล้ายถูกบดโดยมหาสมุทรหลายหมื่นชั้นทับลงมาในเวลาเดียวกัน แม้คุณจะใส่ชุดอวกาศ ความดันก็ยังสูงเกินกว่าที่อุปกรณ์ใด ๆ จะทนไหว อุณหภูมิเริ่มพุ่ง โดนต้มสุกก่อนถึงใจกลาง ยิ่งลึกลงไป ...

adminadmin

ประวัติการค้นพบดินสอครั้งแรกของโลก 

ดินสอเริ่มใช้งานครั้งแรกในปี 1565 โดยชาวอังกฤษพบแร่กราไฟต์ (graphite) บริเวณใกล้เมือง Borrowdale ในประเทศอังกฤษ แร่กราไฟต์นี้ถูกนำมาใช้งานในการเขียนและวาดรูป ด้วยการห่อหุ้มด้วยเชือกหรือวัสดุอื่นเพื่อให้สามารถจับได้ง่ายขึ้น   ประวัติการค้นพบดินสอครั้งแรกของโลก  อย่างไรก็ตาม การคิดค้นดินสอในรูปแบบที่มีปลอกไม้ห่อหุ้มกราไฟต์เหมือนในปัจจุบันนั้น เกิดขึ้นในปี 1795 โดยนักเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อ Nicolas-Jacques Conté เขาได้คิดค้นวิธีการผสมกราไฟต์กับดินเหนียว แล้วนำไปเผาในเตา เพื่อให้ได้แท่งกราไฟต์ที่แข็งแรงและสามารถห่อหุ้มด้วยไม้ได้อย่างเหมาะสม ดินสอที่คิดค้นโดย Conté นี้ถือเป็นต้นแบบของดินสอที่เราใช้ในปัจจุบัน วิวัฒนาการของดินสอมีหลายขั้นตอนที่สำคัญที่ทำให้ดินสอมีลักษณะและคุณสมบัติที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายยุคได้ดังนี้: การค้นพบกราไฟต์ (Graphite Discovery)    – ในปี 1565 ชาวอังกฤษพบแร่กราไฟต์ที่บริเวณใกล้เมือง Borrowdale ในประเทศอังกฤษ พวกเขาเริ่มใช้กราไฟต์นี้ในการเขียนและวาดรูป โดยการห่อหุ้มด้วยเชือกหรือวัสดุอื่นเพื่อให้สามารถจับได้ง่ายขึ้น   การเริ่มต้นการใช้กราไฟต์ในงานเขียน (Early Graphite Use)    – ชาวยุโรปนำกราไฟต์ไปใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผ่นบาง ๆ ของกราไฟต์ห่อด้วยผ้า หรือการห่อกราไฟต์ด้วยเชือกหรือหนังสัตว์   การประดิษฐ์ดินสอไม้ (Wood-cased Pencil)    – ...

adminadmin

ปรากฏการณ์ธรรมชาติของรุ้งกินน้ำในทางวิทยาศาสตร์

รุ้งกินน้ำเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดในโลก มักปรากฏหลังฝนตกหรือขณะฝนโปรยโดยมีแสงแดดส่องอยู่ หลายคนคุ้นตากับรุ้งกินน้ำที่มี 7 สี ได้แก่ แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า คราม ม่วง แต่ทำไมรุ้งกินน้ำถึงมี “เจ็ดสี” ปรากฏการณ์ธรรมชาติของรุ้งกินน้ำ ทำไมต้องเป็นสีเหล่านี้? คำตอบเกี่ยวข้องกับ คุณสมบัติของแสง และ การหักเหของแสงในหยดน้ำ ซึ่งเป็นหลักการทางฟิสิกส์ที่น่าทึ่ง อันดับแรก ต้องเข้าใจว่า “แสงอาทิตย์” ที่เรามองเห็นเป็นสีขาวนั้น จริง ๆ แล้วประกอบด้วยแสงหลายสีรวมกัน แสงแต่ละสีมีความยาวคลื่นต่างกัน เมื่อแสงผ่านสสารใส เช่น ปริซึมหรือหยดน้ำ จะเกิดการหักเหของแสงแตกออกเป็นสีต่าง ๆ กระบวนการนี้เรียกว่า **การกระจายแสง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเกิดรุ้งกินน้ำ   เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบหยดน้ำในอากาศ พื้นผิวของหยดน้ำทำหน้าที่เสมือน ปริซึมธรรมชาติ มีการหักเหของแสงเข้าหยดน้ำ จากนั้นแสงสะท้อนภายในหยด และสุดท้ายหักเหออกมาอีกครั้ง การหักเหในแต่ละครั้งทำให้แสงแตกออกเป็นสีต่าง ๆ ตามความยาวคลื่น โดยเรียงลำดับตามมุมที่แสงสามารถออกมาสู่สายตาของผู้สังเกตได้   เหตุผลที่มี “7 สี” จริง ๆ ...

adminadmin

ประวัติความเป็นมาของเมืองภูแล่นช้าง

เมืองภูแล่นช้าง เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแพร่ ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมาก เมืองนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งอารยธรรมในยุคสมัยโบราณ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเจริญเติบโตในภูมิภาคภาคเหนือของประเทศไทย เรื่องราวของเมืองภูแล่นช้างสะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาในด้านต่างๆ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ   จุดเริ่มต้นและการก่อตั้ง เมืองภูแล่นช้างตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในด้านการคมนาคมและการค้าขายในสมัยโบราณ เมืองนี้เชื่อกันว่าก่อตั้งขึ้นในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 โดยกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ซึ่งเป็นลำน้ำที่สำคัญในภูมิภาคนี้   ชื่อของเมือง “ภูแล่นช้าง” มีความหมายทางภาษาถิ่นว่า “ภูเขาที่ช้างแล่นผ่าน” ซึ่งบ่งบอกถึงการที่เมืองนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบและเป็นทางผ่านของช้างที่ใช้ในการขนส่งสินค้าในสมัยนั้น ช้างในสมัยก่อนถือเป็นสัตว์ที่สำคัญในการเดินทางและการขนส่ง ดังนั้นเมืองภูแล่นช้างจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางของการค้าขายและการเดินทางในภูมิภาค    ความเจริญรุ่งเรืองของเมือง เมืองภูแล่นช้างในช่วงสมัยโบราณเป็นศูนย์กลางทางการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญ ในช่วงที่เมืองนี้มีอำนาจและความเจริญรุ่งเรือง มีการสร้างปราสาทและสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมือง รวมถึงการค้าขายสินค้าต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์จากไม้และเครื่องจักสาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในยุคนั้น   การตั้งอยู่ของเมืองภูแล่นช้างที่ใกล้กับเส้นทางการค้าหลัก ทำให้เมืองนี้มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับเมืองอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น เมืองเชียงใหม่ เมืองลำปาง และเมืองน่าน รวมถึงมีการติดต่อค้าขายกับเมืองต่างประเทศในบางช่วงเวลา  การเสื่อมถอยและการล่มสลาย ในช่วงหลังของการเจริญรุ่งเรือง เมืองภูแล่นช้างเริ่มประสบกับปัญหาหลายประการที่ทำให้เมืองนี้เริ่มเสื่อมโทรมลง การโจมตีจากศัตรูและภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและโรคระบาด ทำให้เมืองสูญเสียความเจริญรุ่งเรืองและลดความสำคัญลงอย่างมาก การเสื่อมถอยของเมืองภูแล่นช้างได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของอาณาจักรอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น อาณาจักรล้านนา ...

adminadmin

สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอินเดีย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอินเดีย 1.อันดามัน   บางทีอาจถึงเวลาที่จะเอาชนะความกลัวและดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลลึกและเอาชนะความกลัวของน้ำและความลึกสไตล์ ZNMD เชื่อเราสิ คุณจะยินดีกับสถานที่ใต้น้ำและมันจะทำให้คุณกลับมาดูอีก สำหรับคนรักน้ำ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอินเดียที่ให้ความรู้สึกไม่แพ้สวรรค์   2.เลห์-ลาดัก  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เลห์ – ลาดักห์อยู่ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอินเดียก่อนอายุ 30 ของผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง ขี่บนถนนที่คดเคี้ยวมาก ติดอยู่ในที่ห่างไกล นอนกับคนในท้องถิ่น เดินป่าในลาดัก และ เรียนรู้ที่จะเป็นอิสระบนภูเขาทะเลทรายในขณะที่คุณเดินทางผจญภัยในสถานที่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในอินเดีย     3.บินซาร์  ความสงบ ป่า ความสูง ความหนาวเย็น และสัตว์ป่า บินซัตเป็นสวรรค์สำหรับผู้แสวงหาการผจญภัย ผู้ที่ชื่นชอบสัตว์ป่าทุกคนมุ่งหน้าไปที่ Binsar ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตในอินเดีย ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางภูมิภาค Kumaoni ของ Almora สำหรับการเดินทางที่น่าทึ่งตลอดชีวิตของคุณ   4.เกรละ  ถึงผู้รักธรรมชาติทุกคนที่นั่น การเดินทางไปยังประเทศของพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงวัย 20 ของคุณเพื่อสำรวจถิ่นทุรกันดารอันน่าหลงใหล ต้นไม้เขียวขจี น้ำบริสุทธิ์ ประสบการณ์สัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง – เยี่ยมชม Kerala เพื่อความสุขที่น่าอัศจรรย์อีกมากมาย     5.คานาตัล  ด้วยสถานที่ผจญภัยที่เพิ่มขึ้นนี้ซึ่งมอบโอกาสไม่รู้จบในการเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นร่วมกับหนึ่งในประสบการณ์การตั้งแคมป์ที่ดีที่สุด ...

adminadmin

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีเหนือ 

เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในแง่ของการเป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่เน้นการควบคุมและการจัดการ โดยรัฐเป็นหลัก เนื่องจากประเทศเกาหลีเหนือมีการปกครองที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ เพราะไม่ได้มีการปกครองแบบประชาธิปไตย  และนี่คือข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ:   ระบบเศรษฐกิจ:     – เกาหลีเหนือมีระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมและจัดการทรัพยากรทุกด้าน เช่น การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภค     – การวางแผนเศรษฐกิจมีบทบาทสำคัญ โดยมีแผนพัฒนาประเทศระยะยาวซึ่งกำหนดเป้าหมายการผลิตและการพัฒนาในภาคส่วนต่าง ๆ   อุตสาหกรรม:     – อุตสาหกรรมหนักเช่น การผลิตเหล็กและถ่านหินเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ     – อุตสาหกรรมการทหารก็มีความสำคัญมาก เนื่องจากประเทศนี้มีนโยบายการป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง   การเกษตร:     – การเกษตรเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปลูกข้าวและข้าวโพด แต่เนื่องจากการขาดแคลนทรัพยากรและเทคโนโลยีการเกษตรที่ล้าสมัย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากร     – มีการใช้ระบบรวมศูนย์ในการจัดการการเกษตร โดยรัฐเป็นผู้ควบคุมทั้งการผลิตและการแจกจ่าย   การค้าระหว่างประเทศ:     – เกาหลีเหนือมีการค้าขายกับประเทศที่เป็นพันธมิตร เช่น จีนและรัสเซีย     – การค้าขายกับประเทศอื่น ๆ ถูกจำกัดเนื่องจากการคว่ำบาตรจากนานาชาติเพื่อตอบโต้การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์   การคว่ำบาตรและผลกระทบ:     – การคว่ำบาตรจากนานาชาติ โดยเฉพาะจากสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกา ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง     – ...

adminadmin

ประวัติเกาะโพเวกเลีย (Poveglia) เกาะผีสิงในประเทศอิตาลี

เกาะโพเวกเลีย (Poveglia) ตั้งอยู่ในทะเลสาบเวนิส ประเทศอิตาลี เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีประวัติที่ซับซ้อนและมืดมน โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณและเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งทำให้เกาะนี้ได้รับสมญานามว่า “เกาะผีสิง”   ยุคเริ่มต้นและการพัฒนาของเกาะ  เกาะโพเวกเลียถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน เกาะนี้เคยเป็นที่พักพิงของชาวเวนิสที่หลบหนีจากการโจมตีของชาวลอมบาร์ดในคริสต์ศตวรรษที่ 5 และ 6 โดยในช่วงเวลานั้น เกาะนี้เคยมีชุมชนขนาดเล็กอาศัยอยู่ จนถึงศตวรรษที่ 14 เกาะนี้เจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรจำนวนมาก   การระบาดของกาฬโรค   ในศตวรรษที่ 14 และ 15 ยุโรปถูกโจมตีด้วยโรคระบาดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ กาฬโรค (Black Death) ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับล้านคน เกาะโพเวกเลียถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่กักกันสำหรับผู้ที่ติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ผู้ป่วยจำนวนมากถูกนำตัวมายังเกาะนี้และเสียชีวิตอย่างทารุณ ซึ่งทำให้เกาะกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตายและทุกข์ทรมาน มีการกล่าวกันว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อบางคนถูกเผาทั้งเป็นในหลุมศพขนาดใหญ่บนเกาะเพื่อหยุดยั้งการระบาด   ยุคสมัยของโรงพยาบาลจิตเวช  ในช่วงปี 1922 เกาะโพเวกเลียถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลจิตเวช มีเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการทารุณกรรมทางจิตใจและร่างกาย มีตำนานเล่าถึงหมอที่ทำการทดลองที่โหดร้ายกับผู้ป่วย รวมถึงการใช้วิธีการรักษาที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่น การผ่าตัดสมอง (lobotomy) มีเรื่องเล่าว่า หมอคนนี้ในที่สุดก็เสียชีวิตจากการกระโดดลงจากหอคอยบนเกาะนี้ แต่ก่อนที่จะเสียชีวิต ...

adminadmin

การแขงวิ่ง มาราธอนในโอลิมปิก ที่เลวร้ายที่สุด

การวิ่งมาราธอนในกีฬาโอลิมปิกเป็นการแข่งขันที่น่าจับตามองและเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดของนักกีฬาทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ในประวัติศาสตร์ของการจัดการแข่งขันโอลิมปิก มีเหตุการณ์หนึ่งที่ถูกจดจำในฐานะการวิ่งมาราธอนที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1904 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา   การแข่งขันมาราธอนในโอลิมปิกปี 1904 ถือเป็นความหายนะในหลายแง่มุม ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ การจัดการการแข่งขัน และความพร้อมของนักกีฬา สภาพอากาศในวันนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 32 องศาเซลเซียส พร้อมกับความชื้นที่สูงมาก ทำให้เกิดความร้อนสะสมในร่างกายนักกีฬา อีกทั้ง เส้นทางวิ่งในวันนั้นยังเป็นถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง และขรุขระ สภาพถนนดังกล่าวทำให้การวิ่งของนักกีฬาต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น และฝุ่นละอองที่ฟุ้งขึ้นมาจากพื้นถนนยังทำให้นักกีฬาหลายคนเกิดปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ   หนึ่งในข้อผิดพลาดที่สำคัญของการจัดการแข่งขันครั้งนี้คือ การจัดการน้ำดื่ม ทางผู้จัดให้มีจุดบริการน้ำเพียง 2 แห่งบนเส้นทางวิ่งที่ยาวถึง 42.195 กิโลเมตร นี่ทำให้นักกีฬาหลายคนต้องเผชิญกับภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้ การทดลองเกี่ยวกับการขาดน้ำยังถูกนำมาใช้ในครั้งนี้เพื่อดูผลกระทบต่อร่างกายนักกีฬา สิ่งนี้นำไปสู่ความเจ็บปวดและความอันตรายต่อนักกีฬาหลายคน นักกีฬาชั้นนำหลายคนต้องถอนตัวจากการแข่งขันเนื่องจากปัญหาสุขภาพและการขาดน้ำ มีนักวิ่งหลายคนที่เป็นลม หรือเจ็บป่วยอย่างหนักระหว่างการแข่งขัน นักวิ่งจากคิวบาชื่อ เฟลิกซ์ การ์วัล ยังถูกบังคับให้ต้องหยุดวิ่งหลังจากที่เขาหิวและกินแอปเปิลที่เก็บได้ระหว่างทาง ซึ่งพบว่าเป็นแอปเปิลเน่า เขาต้องหยุดวิ่งเพื่อพักฟื้นสักระยะก่อนที่จะกลับมาแข่งขันต่อ นอกจากนี้ นักวิ่งที่เป็นผู้ชนะการแข่งขันคือ โธมัส ฮิกส์ จากสหรัฐอเมริกา เขาได้รับการช่วยเหลือจากทีมโค้ชด้วยการให้ดื่มยาต้านพิษชนิดหนึ่งที่เป็นสารพิษในตัวเอง โดยโค้ชของเขาให้สารสตริกนิน (strychnine) ที่เป็นยากระตุ้นร่างกายและทำให้ฮิกส์สามารถวิ่งต่อไปได้จนจบการแข่งขัน ...